“แพทตี้” บ่มรักแฟนหนุ่ม 3 ปีฉลุย เผยทริปบิ๊กไบก์ไปจีน14วันสุดลำบาก แต่พิสูจน์ใจ

 

ปลูกต้นรักมาได้ 3 ปีแล้ว สำหรับนักแสดงสาว แพทตี้-พิมพาภรณ์ เสริมพณิชกิจ กับผู้จัดหนุ่ม เจ็ท-ณัฐพงศ์ เหมือนประสิทธิเวช ล่าสุดปะหน้านักแสดงสาวที่มาร่วมอีเวนต์ของสถาบันเสริมความงาม ที่อยุธยาซิตี้พาร์ค เลยรีบอัพเดตความรักหลังเพิ่งไปร่วมทริปบิ๊กไบก์กับแฟนหนุ่ม 14 วัน ยอมรับเหนื่อยมากแต่เข้าใจกันมากขึ้น เรื่องแต่งงานไว้ก่อน รอฝ่ายชายขอค่อยว่ากัน โดย แพทตี้ เผยว่า ความรักก็เรื่อยๆ 3 ปีแล้ว ส่วนทริปที่ซิ่งบิ๊กไบก์ไปจีนเหนื่อยมาก ต้องขี่มอเตอร์ไซค์จากเชียงราย เข้าลาว แล้วไปจีนต่อ ใช้เวลา 14 วัน คือรู้สึกไม่น่าไปเลยเ พราะห้องน้ำก็ไม่ค่อยมี อาหารก็ทานยาก เลยรู้สึกเป็นทริปที่เหนื่อยพอสมควร

นิดนึง ต้องลุยไปกับเขา(ยิ้ม) พี่เจ็ทบอกว่าปีหน้าไปไหนดี ไปเวียดนามมั้ย เราก็บอกขอคิดดูก่อน พี่เจ็ทบอกก่อนไหมว่าจะเป็นทริปแอดเวนเจอร์ขนาดนี้ ก็บอกไว้ก่อน แต่เราคิดว่าจะไม่เหนื่อยขนาดนั้น งั้นขอไปด้วยแล้วกัน เราก็ขอกองละครไว้ ปรากฎพอไปปุ๊บ วันที่หนึ่งกับสองคือเหนื่อยมาก แต่มันถอนตัวไม่ทันแล้ว ซ้อนกับเขาไปแล้ว

มีติดใจไหมหรือไม่เอาแล้ว

จริงๆธรรมชาติมันสวยนะ สมมติเราไปต่างประเทศ เราก็ไปแต่จุดสำคัญสวยๆ ไปสบายๆ แต่อันนี้เราได้ไปเห็นแต่ละที่โดยที่ได้เปิดประสาทสัมผัส เพราะเรานั่งมอเตอร์ไซค์ไปตลอด และความสัมพันธ์ของคนสองคนมันก็เข้าใจกันมากขึ้น

ถึงจะลำบากแต่ก็มีโมเมนต์สวีท

ส่วนใหญ่จะนวดให้กันมากกว่า เพราะเขาขี่รถก็เหนื่อย เมื่อยขา

นึกว่าจะได้เห็นข่าวดี หลายคนลุ้นภาพคุกเข่าขอแต่งงาน

อันนี้ต้องไปถามพี่เจ็ท แต่ถามว่าพร้อมมั้ยถ้าเขาขอ คือขอดูอีกนิดค่ะ เพราะเราก็เพิ่งทำงาน พี่เจ็ทบางทีก็มีพูดเล่นๆมา แต่ยังไม่ได้พูดจริงจัง

3 ปีแล้วยังมีอะไรต้องปรับ

ตอนนี้แทบไม่ต้องปรับแล้วเพราะต่างคนต่างเข้ากันได้เกือบทุกอย่าง พี่เจ็ทเขาเป็นคนลุยๆ เราก็ไปกับเขาได้ทุกที่ คือถ้าลำบากก็ลำบากไปด้วยกัน

เรามีคิดภาพเจ้าสาวในหัวบ้างไหม

ก็มีคิดเล่นๆ แต่ตอนนี้เราแฮปปี้กับจุดนี้ รอเวลาดีกว่า และรอให้เขาขอก่อนดีกว่า(หัวเราะ)

ผู้ใหญ่มีถามเรื่องแต่งไหม

คุณแม่พี่เจ็ทก็มีแซวๆบ้าง ส่วนครอบครัวหนู คือเราเพิ่งเรียนจบได้ 2-3 ปี เพิ่งทำงานด้วย ท่านก็แฮปปี้กับที่เราทำงานอยู่ค่ะ ไม่ได้รีบร้อน

เราพูดไปแบบนั้น ถ้าเขามาขอแต่ง เราเซย์เยสเลยมั้ย

ไม่บอกสิ อุบไว้ก่อน เดี๋ยวเขาไม่เซอร์ไพรส์

 

 

 

 

ที่มา:khaosod

ปล่อยโฮกลางรายการ!! ‘แวร์ โซว’ป่วยหนักคิดทำร้ายลูก บอกเป็นแม่ที่แย่-ลูกสาวร่ำไห้รั้งสติ

 

ต้องทนทุกข์กับอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามา 5 ปีแล้ว ดาราสาว แวร์ โซว มาเปิดใจในรายการทีวีดังครั้งแรกว่า อาการตอนั้นจะตาขวางมากโดยไม่รู้ตัว เกรี้ยวกราดอาละวาดคนอื่นโดยไม่รู้ตัว และถึงขั้นเอามีดมาสับตัวเอง คิดว่าตายดีมั้ย หรือตายทั้งคู่ทั้งแม่ทั้งลูกเลย  เมื่อถามว่าลูกมีอิทธิพลที่ฉุดรั้งไม่ให้คิดลาโลกฆ่าตัวตายมั้ย ดาราสาวบอกว่า “ยอมรับว่าหนูเป็นแม่ที่แย่มาก คือ หนูไม่ฟังลูก เคยทะเลาะกับเค้าแล้ว เอามีดปลายแหลมจะแทงตัวเอง แล้วถามเค้าว่า อยากเห็นแม่ตายต่อหน้ามั้ย ลูกก็บอกแม่ใจเย็นๆ นะ แม่อยู่กับหนูนะ ไม่อยากเห็นหนูมีครอบครัวเหรอ หนูจะมีหลานเอามาให้แม่เลี้ยงนะ” แวร์ โซว เล่าทั้งน้ำตานองหน้า ขณะที่น้องคนดี ลูกสาวที่มาด้วย ก็ถึงกับร้องไห้ไปด้วย

โดยขณะนี้ดาราสาวอาการดีขึ้น หลังจากตัดสินใจไปพบแพทย์และกินยา ครอบครัวเริ่มกลับมามีเสียงหัวเราะมีความสุขมากขึ้น

 

 

ที่มา : khaosod

บี้ – โม เลี่ยงสัมภาษณ์คู่! แต่ยืนยันเลิกแล้วยังเจอหน้ากันได้

บี้ - โม เลี่ยงสัมภาษณ์คู่! แต่ยืนยันเลิกแล้วยังเจอหน้ากันได้

         เป็นที่จับตามองอีกคู่ สำหรับนักร้องหนุ่ม “บี้ สุกฤษฎิ์” ที่เพิ่งออกมายอมรับว่าได้ถอยสถานะห่างจากหวานใจสาว “โม มนชนก” เป็นที่เรียบร้อยแต่ แต่ล่าสุดทั้งคู่ต้องออกงานร่วมกัน หลายคนจึงสงสัยว่าแล้วแบบนี้จะมีปัญหา หรือมองหน้สกันติดไหม ซึ่งงานนี้ทั้งสองก็พร้อมที่จะให้สัมภาษณ์ แต่ไม่พร้อมจะออกมายืนพูดพร้อมกันต่อหน้าสื่อ โดยหนุ่มบี้ได้เผยให้ฟังว่า ยังเจอกันได้ไม่มีปัญหา และก็ทักทายปกติ ส่วนด้าน “เจษ เจษฎ์พิพัฒ” ที่เคยมีข่าวว่าเป็นมิอที่สามนั้น ก็ยังได้เจอและทักทายหลังเวที ไม่ได้มีการเคลียร์อะไรเกี่ยวกับข่าวทั้งนั้น

มาร่วมงานเดียวกับโม ได้เจอกันหรือยัง?
“ก็เจอ ได้เจออยู่ข้างหลังสวัสดีทักทายเฮฮากันนิดหน่อย ส่วนที่คุณจับตาว่าไม่ได้ขึ้นเวทีด้วยกัน เอ้า! จะขึ้นเวทีด้วยกันได้ยังไงก็เราเล่นอยู่คนละเรื่องกัน เราไม่ได้เลี่ยงที่จะเจอกันนะ เราก็ทักทายกันได้ตามปกติ”

วันนี้มีทั้ง โม เจษ?
“ก็บอกแล้วไงผมไม่ได้เล่นละครเรื่องเดียวกับเขาจะขึ้นเวทีพร้อมกันได้ยังไง เราก็ได้เจอกันหลังเวทีทักทายสวัสดีเฮฮา”

ความรู้สึกที่ได้เจอน้องวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
“จริงๆ แล้วในเรื่องของความรู้สึก เรื่องของความเป็นห่วงเป็นใยเราถามไถ่กันอยู่ตลอด วันนี้ได้มาเจอกันเราก็ยังถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันอยู่นิดๆ หน่อยๆ เอาเท่าที่เวลาและสถานที่เหมาะสม”

ไม่ได้อยู่ในสถานะ สนิทกันมากๆ รู้สึกแปลกไหม?
“ถามว่ารู้สึกแปลกไหมเหรอ มันก็จะมีรู้สึก เหวอ ๆ นิดนึงนะ แต่เราก็ยังมีความห่วงใยให้กันอยู่เสมอ เราก็ให้กำลังใจกันตลอด เราไม่ได้ตัดขาด ไม่ใช่อย่างนั้น ช่วงที่ผ่านมาก็มีคุยกันถกปัญหาว่า เธอเป็นยังไง ฉันเป็นยังไง มีอะไรให้ช่วยไหม เป็นแนวช่วยเหลือกันซะมากกว่า”

มีโอกาสจะได้กลับมาคืนดีกันเหมือนเดิมไหม?
“อันนี้มันก็เป็นเรื่องของอนาคตทุกอย่างก็ไม่เที่ยง อะไรก็เกิดขึ้นได้”

มีใครพยายามปรับจูนกันไหม?
“ณ เวลานี้เป็นแค่แนวให้กำลังใจกันมากกว่า อาจจะไม่ใช่ในเรื่องของการง้อกัน แต่เป็นเรื่องของการให้กำลังใจและช่วยเหลือกัน ช่วงนี้เราก็ต่างคนต่างทำงาน แต่ช่วงที่อยู่คนเดียว มันก็มีคิดขึ้นมานิดนึง แต่เราพยายามจะไม่คิดถึงมันมากกว่า เพราะเดี๋ยวเราจะทำงานไม่ได้ หาเพลงฟังไป สวดมนต์บ้าง เข้าวัดบ้าง อะไรนิดๆ หน่อยๆ ไป”

โม ยังเป็นผู้หญิงที่เราคุยด้วยบ่อยสุดอยู่ไหม?
“ก็ยังสอบถามสารทุกข์สุขดิบกันอยู่เสมอๆ”

เปิดใจมองสาวๆ คนอื่นหรือยัง?
“เดี๋ยวก่อนเถอะ ไม่ใช่ว่าไม่พร้อมแต่บางครั้งหัวใจของเราเพราะมันมีเรื่องราวที่ทำให้เราต้องอยู่คนเดียวแล้วเนี่ยมันต้องใช้ระยะเวลาสักระยะหนึ่งไม่ใช่ปุ๊บปั๊บคิดจะปิดก็ปิดแล้วเปิดใหม่ได้เลยมันไม่ใช่แบบนั้น”

แสดงว่าเราช้ำมาก?
“ไม่หรอก เรื่องของความผิดหวังและความเสียใจมันจะมีเป็นปกติอยู่ที่ว่าเราทำใจได้ช้าหรือเร็วอันนั้นจะเป็นเรื่องของเวลาที่แต่ละคนจะต้องใช้ ขึ้นอยู่กับแต่ละคน”

เจษได้เข้ามาคุยกับ บี้ หลังเวทีไหม?
“เรื่องที่คนจับตามองก็เป็นเรื่องของคนอื่นๆ นะ”

ยืนยันว่าเจษไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง?
“อืม…ไม่หรอก ได้เจอกันก็สวัสดีทักทายข้างหลังเวทีกันนิดหน่อย”

ได้เปิดใจคุยกับเจษหรือยัง?
“ไม่หรอก เพราะว่าเขาก็คงโอเคมั้ง สบายๆ ไม่มีอะไรหรอก ส่วนกับโมเรา เราก็ยังมีแมสเสจ คุยกันอยู่และเรื่องที่จะเอามาต่อว่าเขาไม่เกี่ยวข้องก็ตามนั้นแหละตอนที่เขาพูด”

ด้านสาว “โม มนชนก” ก็ได้เผยหลังจาก “บี้ สุกฤษฎิ์” ให้สัมภาษณ์ว่า ทุกวันนี้ใช้ชีวิตปกติ ไม่ได้เหงาอะไร ยังไม่พร้อมเปิดใจ ขอทำงานและเที่ยวก่อนดีกว่า

 

เมื่อกี้ได้เจอกับพี่บี้เป็นอย่างไรบ้าง?
“ก็คุยกันปกติ ถ้าทักก็พูดคุยกันปกติ”

คุยกันเรื่องอะไรเป็นพิเศษไหม?
“ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ เพราะว่าเขาก็มางาน ก็ไม่มีอะไรจะต้องคุยอยู่แล้ว”

เขาบอกว่ายังส่งข้อความหา?
“ก็ปกติค่ะ พูดคุยกันเรื่องทั่วไป ไม่ได้มีอะไรพิเศษ”

ดูเขาเป็นห่วงเราอยู่นะ?
“โมไม่รู้เหมือนกันค่ะ โมใช้ชีวิตปกตินะคะ แล้วก็อย่างที่พูดไปครั้งที่แล้วคือโมโฟกัสกับปัจจุบัน ก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องอื่น เรื่องทั่วไปมากกว่า”

วันนี้คนจับตามองว่าไม่ได้ขึ้นเวทีด้วยกัน?
“จริงๆ เราแยกเป็นละครแต่ละเรื่องไป โมไม่ได้เล่นกับพี่บี้ก็เลยไม่ได้ขึ้นไป ก็เป็นเรื่องปกติค่ะ”

ถ้าได้ร่วมงานกันก็ทำงานด้วยกันได้ใช่ไหม?
“ได้ตามปกติทุกคนค่ะ”

ความรู้สึกเราเป็นยังไงบ้าง?
“ก็โฟกัสอยู่กับปัจจุบัน ใช้ชีวิตอยู่ปกติ มันไม่มีอะไรหรอก ก็ทำงานปกติ เจอกับพี่บี้วันนี้เราก็ทำงานต่อไป เจอกันเราก็ทักทายกันปกติ กับพี่บี้เราเจอกันก็ทักทายกันปกติ ไม่ได้มีอะไร เราเจอกันแค่บนเวทีเพราะว่าคนเยอะ”

ข่าวกับเจษเป็นอย่างไร?
“มันก็เป็นข่าวเดิมๆ เป็นข่าวที่วนๆ อยู่แบบนี้ เราก็เคลียร์ชัดหมดแล้วทุกอย่าง จริงๆ โมว่าเราอยู่กับปัจจุบันดีกว่าค่ะ ใช้ชีวิตปกติ ทำงาน ทำอะไรที่เราชอบ หาแพลนเที่ยวดีกว่า”

จะมีการปรับจูนกันอีกไหม?
“โมว่าเป็นเรื่องของอนาคตค่ะอย่าไปคาดหวัง อย่าไปโฟกัส อยู่กับปัจจุบันดีที่สุด”

สภาพจิตใจโมตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
“เหมือนเดิม อยู่กับปัจจุบัน เคยพูดไว้อย่างไงวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม”

เหงาไหม?
“ไม่ค่ะ ก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้วไม่ได้อะไรมาก ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตกับเพื่อนใช้ชีวิตคนเดียว ไปดูหนังฟังเพลง เป็นปกติ ไม่ได้มีอะไรต่าง”

แต่บี้บอกว่าเหงา?
“ไม่รู้ พี่บี้ไม่ได้บอกโม ก็เป็นกำลังใจให้”

ปิดใจไหม?
“ไม่ได้เปิดใจหรือว่าปิดกั้นใคร ถ้ามีคนพูดคุยก็ได้ แต่ว่าตอนนี้ยังอยากอยู่กับปัจจุบัน”

มีใครเข้ามาไหม?
“ตั้งแต่ข่าวออกไปพี่ๆ เพื่อนๆ ก็เข้ามาถาม มีคนฝากมาถาม แต่โมรู้สึกว่าอยู่อย่างนี้ดีกว่า มีความสุขมากกว่า ถามว่าเปิดใจไหมก็ไม่ได้เปิดแต่ก็ไม่ได้ปิด แต่ว่าคนเรา การที่เราจะคุยกับใครมันต้องมีหลายปัจจัย มันต้องคลิกกันดูเวลา ความเหมาะสมถูกที่ถูกเวลา”

ตอนนี้อยากมีใครไหม?
“ไม่ค่ะ อยู่กับปัจจุบันดีกว่า”

ย้อนมาที่เรื่องเจษ เขาเคยให้สัมภาษณ์เรื่องบี้กับโม เราได้คุยกับเขาบ้างไหม?
“มันอยู่เหนือความควบคุมของโม ทุกคนมีจุดของตัวเอง ทุกคนต้องแก้ปัญหาของตัวเองไม่เกี่ยวกับโม”

บี้ สุกฤษฎิ์

บี้ สุกฤษฎิ์

บี้ สุกฤษฎิ์

โม มนชนก

โม มนชนก

โม มนชนก

ที่มา:sanook

เอ็ม ไม่ขำ!! ถูกด่าสวยศัลยกรรมไม่ซื้อ เพราะขายลิปสติกเหน็บ ขวัญ

เอ็ม ไม่ขำ!! ถูกด่าสวยศัลยกรรมไม่ซื้อ เพราะขายลิปสติกเหน็บ ขวัญ

           โพสต์โปรโมทสินค้าเพื่อขายเป็นเรื่องปกติแต่กลับถูกโยงให้กลายเป็นเกาเหลาอีกคู่ สำหรับสาว “เอ็ม บุษราคัม” ซึ่งก่อนหน้านี้ได้โพสต์รูปลิปสติกแบรนด์ตัวเอง พร้อมแคปชั่น ‘ของดีที่ไม่แพง เพราะของแพงๆก็ใช่ว่าจะดี’ ทำให้หลายคนอดคิดไม่ได้ว่าต้องการจะเหน็บแบรนด์สินค้าของนางเอกสาว “ขวัญ อุษามณี” ที่เพิ่งเปิดตัวไปในวันเดียวกันกับที่โพสต์หรือเปล่า โดย เอ็ม ได้รีบออกมาชี้แจงต่อหน้าสื่อมวลชนให้ฟังทันทีว่า เป็นเพียงการโพสต์ที่ดึงเอาจุดแข็งของสินค้าตัวเองมาพูดเท่านั้น ไม่ได้ต้องการจะเหน็บใคร และไม่ได้รู้จักกับขวัญเป็นการส่วนตัว เชื่อว่าอีกฝ่ายเข้าใจ ไม่เก็บมาคิดมาก พร้อมยอมรับเครียดถูกคนด่าแถมยังโยงไปเรื่องศัลยกรรมอีกด้วย

เรื่องลิปสติกที่เราโพสต์ทำให้คนโยงว่าเราเกาเหลากับ ขวัญ อุษามณี หรือเปล่า?
“จริงๆ เอ็มไม่ได้รู้จักกับขวัญเป็นการส่วนตัวเลย ตอนแรกที่เห็นข่าวก็ตกใจมากว่าทำไมถูกโยง ก็เรื่องราวไม่มีอะไรเลย และเอ็มไม่เคยเจอน้องขวัญเป็นการส่วนตัวด้วย แล้วก็เอ็มทำธุรกิจลิปสติกนี้มานานแล้ว เอ็มก็ไม่คิดว่าน้องขวัญเป็นคู่แข่ง และน้องขวัญคงไม่เห็นว่าเอ็มเป็นคู่แข่ง เพราะฉะนั้นเรามาไลน์ทาเก็ตที่ไม่เหมือนกัน เอ็มคิดว่าเราไม่น่าจะมีปัญหากัน”

แต่วันนั้นขวัญเปิดตัวพอดีแล้วเราก็โพสต์?
“อ๋อ… จริงๆ โพสต์ขายของบ่อยมากในไอจีตัวเอง โพสต์ตลอด แต่คือจุดเด่นลิปติกของเอ็มคือมันถูก เอ็มเลยอยากจะพรีเซนต์ว่าของถูกและดีมันมีนะ แต่ทีนี้เอ็มไม่คิดว่าเขาเอาไปโยงจนเป็นเรื่องขึ้นมา คือรูปแบบลิปสติกไม่เหมือนกันเลย”

สำหรับแคปชั่นของเราที่บอกของถูกของแพงใช่ว่าจะดีอะไรทำนองนี้เราโพสต์ตลก ขำๆ ประจำอยู่แล้วหรือเปล่า?
“เอ็มก็โพสต์แบบนี้ตลอดนะคะ บางทีมันอาจจะมีโพสต์อะไรที่ดูแรงกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่เวลามันประจวบเหมาะมากๆ คนก็เลยคิดว่าเอ็มหมายถึงขวัญ ซึ่งจริงๆ แล้วเอ็มหมายถึงแบรนด์เค้าท์เตอร์อื่นๆ ดังๆ เลย ว่าบางคนเขาใช้ไม่ถูกก็มีนะ มาลองซื้อของที่ถูกไหมคือมันดีนะอะไรประมาณนี้”

ถือว่าซวยไหม?
“ซวยค่ะ ซวยมากๆ แต่ถ้ามองโลกในแง่ดีนะถือว่าเป็นการโปรโมท แต่มันไม่สนุกเลย พอเราตื่นมาปุ๊บ เห็นแฟนคลับเราส่งมาก่อนถามเราว่าเห็นหรือยัง มีคนว่าพี่เอ็มเต็มเลย เอ็มเข้าไปอ่านนิดนึงก็เครียดนะ เรารู้สึกว่าเรายังไม่ได้ทำอะไรเลยอ่ะ อยู่ๆ เราก็โดนว่าโดนด่าลามไปถึงศัลยกรรมอะไรก็ไม่รู้ “

โดนขุดเรื่องในอดีต?
“ใช่ ประมาณว่ายังไงเขาก็ซื้อของน้องขวัญ เพราะว่าเอ็มสวยศัลยกรรม สวยปลอม คืออ่านแล้วเราจิตตกนะ แต่เอ็มคิดว่าถ้าเรายังอ่านอยู่มันเสียเวลาทำมาหากินเรามาก ก็เลยเออๆ ปล่อยไป”

 

มันกระทบกับธุรกิจเราไหม ทำให้ยอดตกหรือเปล่า?
“ไม่นะคะ ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าจะคิดว่าซวยไหม ซวย ถ้าคิดในแง่ดีก็ดี มันก็ทำให้คนจับตามองแบรนด์ลิปสติกเราด้วย ถือว่าเป็นเรื่อวราวดีๆ ละกัน”

ตอนนี้ยังมีแฟนคลับมาว่าเราอยู่ไหม?
“ไม่มีแล้วนะคะ ส่วนใหญ่เขาน่าจะแยกแยะได้ อันไหนเรื่องจริงทไม่จริง อันไหนเรื่องที่ถูกโยง อันไหนคือเรื่องมั่วเขาชงกัน พอเอ็มเห็นปุ๊บก็รีบโพสต์ในไอจีตัวเองเลยว่าเอ็มไม่เห็นรู้เรื่องเลย ทำไมอยู่ๆ มันกลายเป็นแบบนี้ไปได้”

มีโอกาสไปเคลียร์กับขวัญไหม?
“ไม่ค่ะ เพราะว่าตัวเอ็มเองไม่ได้รู้จักกับน้องเป็นการส่วนตัว และเอ็มคิดว่าน้องคงไม่คิดว่าข่าวนี้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขาด้วย ตัวเขาเองเปํนนักแสดงที่คนรู้จักเยอะ ข่าวกับเอ็มเป็นข่าวที่เล็กมาก สำหรับน้องนะ”

เราไม่ได้โจมตีคู่แข่ง?
“ไม่ ไม่เลยค่ะ เพราะว่าเอ็มรู้สึกว่าเอ็มกับน้องมีทาเก็ตที่ไม่เหมือนกัน และเอ็มไม่คิดจะไปแข่งกับน้องเขาอยู่แล้ว เหมือนที่พูดตั้งแต่แรก เพราะว่าน้องเขามีสายป่านที่ยาวกว่าเอ็ม เพราะฉะนั้นช่องทางหรือการขายของเรามันคนละทางกันอยู่แล้ว และลิปสติกเราไม่ได้เหมือนกันด้วย”

คุณพ่อว่าอย่างไรบ้างที่เราโดนโยง?
“คุณพ่อเขาไม่ค่อยใส่ใจข่าวอะไร เขาไม่มีโทรศัพท์มือถือ เพราะฉะนั้นเขาก็จะไม่ทราบเกี่ยวกับข่าวแบบนี้”

การโพสต์ขายครั้งต่อไปเราต้องระมัดระวังมากขึ้นไหม?
“จริงๆ อาจจะต้องเรียบเรียงคำพูดใหม่ แต่จุดเด่นของลิปสติกเอ็มคือมันถูกไงคะ ก็ต้องเอาจุดเด่นและจุดแข็งของตัวเองออกมา แต่ด้วยความที่คนเขาไม่รู้เขาอาจจะเอามาโยงกัน แต่เอ็มก็ไม่ได้สนุกด้วยหรือโอเคด้วยทำให้มันเป็นเรื่องเป็นราว เอ็มรู้สึกซวยเหมือนกันอ่ะ”

เครียดมากไหม เพราะโดนขุดเรื่องอดีตด้วย โดนต่อว่าด้วย?
“ไม่เครียดค่ะ ถ้าเราอยู่ตรงนี้แล้วเราเก็บทุกเรื่องมาคิด เราไม่มีเวลาทำมาหากินอะไรเลย เพราะฉะนั้นเอาเวลาไปโฟกัสกับธุรกิจของเราดีกว่า และเอ็มเชื่อว่าน้องเขาสตรองมาก ไม่เก็บเอาเรื่องนี้มาคิดชัวร์”

เอ็ม บุษราคัม

เอ็ม บุษราคัม

เอ็ม บุษราคัม

เอ็ม บุษราคัม

เอ็ม บุษราคัม

ที่มา:sanook

เลิกแล้ว ! แตงโม พงษ์พิสุทธิ์ รับแยกทาง เฟิร์น เกวรินทร์ หลังแต่ง 8 เดือน

      แตงโม พงษ์พิสุทธิ์ ยอมรับเลิกภรรยาสาว เฟิร์น เกวรินทร์ หลังแต่งงานกันได้เพียง 8 เดือน เหตุเข้ากันไม่ได้ ยันไร้มือที่สาม เข้าพิธีแต่งงาน ใช้ชีวิตคู่ด้วยกันเพียง 8 เดือน ก็ดูเหมือนว่าความรักของพิธีกรหนุ่ม แตงโม พงษ์พิสุทธิ์ กับภรรยาสาว เฟิร์น เกวรินทร์ จะเป็นอันต้องจบลงซะแล้ว หลังมีข่าวลือแว่วมาว่าขาเตียงสั่น แยกกันอยู่มาระยะหนึ่ง

แตงโม พงษ์พิสุทธิ์

ล่าสุด (23 มกราคม 2560) หนุ่ม แตงโม พงษ์พิสุทธิ์ ก็ได้เปิดใจยอมรับว่า ตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับภรรยาสาวมาตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาแล้ว เนื่องจากปัญหาความไม่เข้าใจกันในชีวิตคู่ ตอนที่เป็นแฟนกับตอนเป็นครอบครัว บางอย่างมันไม่เหมือนกัน ก็ได้คุยเพื่อหาทางออก ก่อนหน้านี้พยายามแก้ไขให้ทุกอย่างดีขึ้น แต่สุดท้ายก็ยังมีความไม่เข้าใจกันอยู่ จึงได้แยกทางกันในที่สุด

         ทั้งนี้หนุ่มแตงโม ยอมรับว่าเสียใจ แต่ไม่อยากลงรายละเอียดอะไรมาก เป็นการให้เกียรติฝ่ายหญิงด้วย ส่วนข่าวลือต่าง ๆ ที่ออกมาว่าทะเลาะกัน หรือมีปัญหามือที่สาม ขอยืนยันเลยว่าไม่จริง เราสองคนไม่ได้ทะเลาะกัน และไม่เกี่ยวกับเรื่องมือที่สามแต่อย่างใด

แตงโม พงษ์พิสุทธิ์

แตงโม พงษ์พิสุทธิ์

แตงโม พงษ์พิสุทธิ์

ที่มา:kapook

“บี น้ำทิพย์”การันตีเดอะเฟสซีซั่นนี้..แซ่บยิ่งกว่า เปรยยังไม่คิดแต่งงาน

“บี น้ำทิพย์”การันตีเดอะเฟสซีซั่นนี้..แซ่บยิ่งกว่า เปรยยังไม่คิดแต่งงาน

   

          ไม่รู้ว่ามีวี่แววจะมีข่าวดีบ้างหรือยังสำหรับ “บี น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์” ที่คบหากับ “ไฮโซฮิม” มาพักใหญ่ แถมทั้งคู่ก็ไปเที่ยวด้วยกันช่วงปีใหม่ด้วย พอได้เจอสาว “บี” ในงานประกาศผลรางวัลโครงการ “ดาววิ้ง เดือนว้าว” เฟ้นหาสุดยอดนักแสดงหน้าใหม่สังกัดช่องวัน 31 ณ ลานแฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ก็ให้สัมภาษณ์ว่า “ปีใหม่ก็ไปพักผ่อนที่เกาหลีมา ไปกันหลายคน ไม่สวีทเลยปกติ ไปประมาณ 5 วัน ส่วนใหญ่ไปกิน ไปวัด ไปเดินเล่น ช้อปปิ้งก็ไม่ค่อยได้ช้อป จริงๆ เราเป็นคนไม่ค่อยได้เที่ยวอยู่แล้ว นานๆ จะได้ไปสักทีหนึ่ง พอไปทีเราก็อยากไปพักผ่อนมากกว่า ปีนี้ก็ลุยงานเต็มที่ มีละคร 2 เรื่องคิดว่าน่าจะฉายในปีนี้ แล้วก็เดอะเฟส บอกเลยว่าตีกันแรงมาก ทีมงานปวดหัวเมนเทอร์ก็ปวดหัวแต่บอกอะไรตอนนี้ไม่ได้ วันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ ก็อย่าลืมมาดูกันนะคะ จากซีซั่นก่อนที่ว่าแซ่บบอกเลยว่าปีนี้แซ่บยิ่งกว่าค่ะ”

สำหรับคู่จิ้นกับ “คริส หอวัง” ก็ไม่มีอะไร ช่วงนี้ไม่ค่อยมีงานคู่กันแต่ก็นัดมากินข้าวด้วยกันบ้าง จิ้นกับผู้หญิงแบบนี้ก็ดีนะ มันดูไม่เสียหายเท่าไร ดูน่ารักดี ถ้าจิ้นกับผู้ชายดูจะเสียหายเยอะกว่า “ส่วนเรื่องเพื่อนแต่งงานกันเกือบหมดแล้วก็ดีค่ะ ให้เพื่อนแต่งงานก่อน ทางนี้ไม่รีบ เพื่อนๆ ไม่ได้แซวเลย ไม่มีใครกล้าแซว จริงๆ เราก็อยากใส่ชุดแต่งงานแหละ แต่มันยังไม่ถึงเวลา ก็รอไปก่อน ตอนนี้เป็นเพื่อนเจ้าสาวไปก่อน ทางแฟนก็ไม่มีคุยเรื่องนี้เลย ยืนยันว่าไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่นอนค่ะ”

บี น้ำทิพย์

บี น้ำทิพย์

บี น้ำทิพย์

บี น้ำทิพย์

ที่มา:sanook

8 อดีตนางเอกดัง…ที่ยังคิดถึง หายหน้าลาวงการถาวร

8 อดีตนางเอกดัง...ที่ยังคิดถึง หายหน้าลาวงการถาวร

           ขึ้นชื่อว่าวงการมายา คลื่นลูกใหม่ซัดมา คลื่นลูกเก่าก็ค่อยๆ เลือนหายไป ไม่มีอะไรแน่นอนและยืนยาว เช่นเดียวกับนางเอกดังในอดีตหลายคนแต่งงานมีครอบครัวก็ลาวงการไปใช้ชีวิตแบบเงียบๆ เหลือเพียงฝีมือและผลงานการแสดงฝากเอาไว้เป็นตำนานให้คนจดจำ ถึงเส้นทางชีวิตใหม่ที่เลือกเดินอาจทำให้โอกาสที่เธอเหล่านี้จะหวนคืนจอนั้นแทบไม่มี แต่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีคนดูก็ยังคิดถึงอยู่เสมอ 

อุ้ม สิริยากร

หนึ่งในดาราเจ้าบทบาทของวงการ แต่ด้วยอารมณ์ศิลปินและความเป็นตัวเองสูง ทำให้ตัดสินใจทิ้งวงการมายา ไปจับงานด้านศิลปะแบบที่ตัวเองชอบ ก่อนเริ่มต้นชีวิตคู่กับสามีอยู่ที่ต่างประเทศ ปัจจุบันรับบทบาทคุณแม่ลูกสองของ น้องเมตตา และ น้องอนีคา 

น้ำฝน โกมลฐิติ

อดีตนางเอกที่โด่งดังจากละคร นายฮ้อยทมิฬ อำลาวงการบันเทิงไปมีครอบครัวที่อบอุ่นอยู่กับสามีและลูกชายสุดหล่อทั้ง 2 คนที่ต่างประเทศ โดยมีพี่สาว กวาง กมลชนก คอยอัพเดทภาพน้องสาวคนนี้พร้อมหลานๆ ให้ได้หายคิดถึงกัน 

นิ้ง กุลสตรี

นางเอกหน้าหวานที่โด่งดังสุดๆ ในยุด 90 ปัจจุบันเป็นแอร์โฮสเตสและแต่งงานมีครอบครัวกับสามีนักบิน พี่ใหญ่ นิตตินันท์ อินทรศักดิ์ มานานกว่า 10 ปีแล้ว เรียกว่าหันหลังให้กับวงการมายาอย่างถาวร แต่บอกเลยว่านางเอกคนนี้ยังสวยใสจนแทบไม่เชื่อเลยว่าอายุ 42 แล้ว

เมี่ยง อติมา 

 

อดีตนางเอก 7 สี ที่โด่งดังจากละคร ดาวพระศุกร์ อำลาวงการตั้งแต่อายุยังไม่สามสิบ ผันตัวไปเป็นแอร์โฮสเตส และแต่งงานกับหนุ่มนักบิน พ็อค อำมฤต  ปัจจุบันมีลูกสาวชื่อน้อง มิดา ใช้ชีวิตเงียบๆ เรียบง่ายอยู่กับครอบครัว นานๆทีเพื่อนรักอย่าง ยุ้ย จีรนันท์ จะโพสต์ภาพอัพเดทชีวิตให้ดูกันซักที

แองจี้ – ราโมน่า ซาโนราลี่

2 พี่น้องอดีตนางเอกลูกครึ่งแห่งยุค 90 ที่ลาวงการบันเทิงไปใช้ชีวิตและสร้างครอบครัวที่สหรัฐอเมริกานานนับ 10 ปี ซึ่งปัจจุบันทั้งคู่กลายเป็นคุณแม่ลูกสองไปแล้ว แม้ว่าโอกาสกลับมาแสดงละครอีกครั้งจะมีน้อยนิด แต่ก็มีผลงานเก่าๆ ของทั้งคู่ยังคงเป็นที่จดจำ

ส้มโอ เพ็ญพิสุทธิ์

อดีตนางเอกหน้าแบ๊วเสียงใสหนึ่งในตำนานของเมืองไทย ออกจากวงการบันเทิงไปนานเกือบ 20 ปี จนลูกสาว น้องสายลับ-น้องเสียงซอ โตเป็นสาวกันหมดแล้ว ปัจจุบันคุณแม่ส้มโอรับหน้าที่ดูแลลูกสาวซึ่งเป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติอนาคตไกลและฝึกซ้อมอยู่ที่ต่างประเทศ

ปรายฟ้า สิริวิชชา

โบว์ ปรายฟ้า สิริวิชชา อดีตนางเอก โด่งดังจากบท “แตงโม” ในละครเรื่อง “ลูกสาวกำนัน” ปี 2541 ตอนนี้เธอออกจากวงการไปเป็นแม่บ้านและทำธุรกิจส่วนตัวนานเป็นสิบปีแล้ว โดยไม่มีวี่แววจะกลับมามีงานในวงการบันเทิง แต่ถึงจะหายหน้าไปนานแต่ก็ยังคงสวยไม่สร่างเหมือนเดิม

ที่มา:sanook

แมงปอ ชลธิชา ท้องแล้ว! ขอเลือกไม่แต่งงานเพราะสิ้นเปลือง

แมงปอ ชลธิชา ท้องแล้ว! ขอเลือกไม่แต่งงานเพราะสิ้นเปลือง

          ขอแสดงความยินดีกับว่าที่คุณแม่คนใหม่ อดีตนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง “แมงปอ ชลธิชา” ที่ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาประกาศข่าวดีให้แฟนๆ ได้ทราบผ่านทางเฟชบุ๊ค แมงปอ ชลธิชา อาร์สยาม พร้อมโชว์ที่ตรวจครรภ์ว่าตัวเองกำลังตั้งท้องอ่อนๆ โดยงานนี้สาวแมงปอได้อธิบายให้หลายคนที่ยังสงสัยว่าเธอตั้งใจขอลูกกับท่านเทพทันใจตามความเชื่อของตัวเอง และไม่คิดที่จัดงานแต่งงานเพราะมองเป็นเรื่องที่สิ้นเปลือง อยากเก็บเงินก้อนนั้นสร้างอนาคตร่วมกันจะดีกว่า ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าความรักจะยั่งยืนไม่ได้อยู่ที่พิธีการจัดงานแต่งที่ใหญ่โต แต่หากอยากจัดจริงๆ ก็ขอรอให้ลูกมีอายุ 2-3 ขวบก่อน เพื่อที่จะได้อยู่ร่วมพิธีพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว

“อรุณสวัสดิ์ค่ะทุกคน ขออนุญาตบอกข่าวดีด้วยรูปนี้นะคะ ตรวจวันนี้เมื่อตอน 6 โมงเช้า
นี่คือสิ่งที่ขอท่านเทพทันใจไว้… คือสิ่งที่รอ ที่ผ่านมาได้แต่เลี้ยงลูกคนอื่นมาตลอดเลย บางคนโตจนมีเหลนให้ปอได้อุ้มแล้ว คราวนี้ถึงเวลาได้เลี้ยงลูกของตัวเองจริงๆสักที 

ขอบคุณป๊ากับคุณแม่และครอบครัวที่คอยช่วยลุ้นอยากเลี้ยงหลานเต็มที
ขอบคุณที่รักที่คอยดูแลและตั้งใจทำสุดๆๆ  รักนะ 
ขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้มาตลอดค่ะ

และ 3 เดือนที่ขอท่านเทพทันใจ..วันนี้สัมฤทธิ์ผลแล้ว ปอสัญญาไว้ว่าจะสานต่อ จะบอกบุญต่อผู้อื่น ขอเริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปค่ะ 

อีกเรื่อง…ไม่ต้องถามไม่ต้องสงสัยเรื่อง อ้าว ท้อง..แต่งงานแล้วหรอ???? 
ตอบ… ไม่แต่งค่ะ!!! ไม่จำเป็น ไม่ใช่สาระสำคัญเลยแม้แต่นิด หลายคนคงทราบว่าปอผ่านจุดนั้นมาแล้ว…และ สำหรับปอมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรนอกจากเปลืองเงิน ในเมื่อคนเราอยู่ด้วยกันไม่ได้…สุดท้ายก็คือเลิกกัน เรื่องเพื่อหน้าตาในสังคมนั้น…ปอยิ่งไม่มีความเชื่อเลยค่ะ แต่งแล้วเลิกนี่สิที่ต้องโคตรอาย ว๊าาาาา อุตส่าห์จัดงานซะใหญ่โต!! 
ปอไม่แต่งค่ะ เก็บเงินไว้สร้างอนาคตร่วมกับคนที่เรารักดีกว่า ถ้าแต่ง ก็จะรอลูกโตสัก 2-3 ขวบ ให้ลูกได้อยู่ด้วยในวันสำคัญของครอบครัว แค่ผู้ใหญ่เข้าใจก็พอแล้วเนอะ (เป็นความคิดส่วนบุคคลนะคะ)”

แมงปอ ชลธิชา

แมงปอ ชลธิชา

แมงปอ ชลธิชา

แมงปอ ชลธิชา

แมงปอ ชลธิชา

ที่มา:sanook

ส่องคอสตูม “ชมพู่ อารยา” เป๊ะทุกชุด น่าแต่งตามมาก

ส่องคอสตูม "ชมพู่ อารยา" เป๊ะทุกชุด น่าแต่งตามมาก

         เป็นนางเอกที่ไม่ว่าจะขยับทำอะไรดูจะมีความสำคัญกับแฟนคลับหมด สำหรับนางเอกสาว “ชมพู่ อารยา” เพราะเธอคือ “Material Girls” ฉะนั้นแต่ละชุดที่เธอใส่นั้นสาวๆ เห็นแล้วอยากใส่ตามเลยทีเดียว จะเห็นได้จากอินสตราแกรมของ “ชมพู่” ที่มักจะอัพชุดเก๋เวลาไปทำงานมาให้ดูกัน เป๊ะและปังมาก น่าจะถูกกับคำจำกัดความในประโยคนี้

.

ที่มา:sanook

น้องออก้า สุดเจ๋ง! ขี่เจ็ทสกีล่องเจ้าพระยาครั้งแรกในชีวิต 200 กม.

น้องออก้า สุดเจ๋ง! ขี่เจ็ทสกีล่องเจ้าพระยาครั้งแรกในชีวิต 200 กม.

          ยกให้เป็นอีกหนึ่งหนูน้อยมหัศจรรย์ สำหรับ “น้องออก้า” ลูกชายวัย 5 ขวบ ของเปิ้ล นาคร ที่ล่าสุด คุณพ่อได้ไฟเขียวให้ น้องออก้า ขี่เจ็ทสกีล่องแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นครั้งแรกในชีวิต จากกรุงเทพฯมุ่งหน้าสู่อยุธยา โดยมี พ่อเปิ้ล และทีมเจ็ทสกีคอยให้กำลังใจและดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งแม้จะมีพ่อเปิ้ลนั่งไปด้วย แต่คุณพ่อก็ได้โพสต์คลิปน้องออก้าขณะกำลังขับเจ็ทสกีและระบุว่า “ทริปจากกรุงเทพถึงอยุธยาไปกลับ 200 กว่ากิโล…..ออก้าไม่ยอมแบ่งปาป๋าขับเลย……555 “ เก่งจริงๆ เลยนะตัวแค่เนี้ย!

 

 
 
 ที่มา:sanook