สี่หนุ่มสาวสาหัสเกลื่อน!! สลบคาถนน ขับรถกลับบ้าน วัวท้องแก่โผล่จากความมืด ชนกระเด็น

          วันที่ 7 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเที่ยงคืนกว่าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนวัว บนถนนสายจรัญยานนท์ มุ่งหน้าหอมศีล  หมู่ที่ 3 ต.หอมศีล อ.บางปะกง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 4 ราย หลังรับแจ้งเหตุแล้ว ร.ต.ท.ณชพล สังขะวิไล รองสารวัตรสอบสวนฯ พร้อมหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ได้รีบเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ

พบผู้ได้รับบาดเจ็บนอนหมดสติอยู่เกลื่อนถนน ทราบชื่อ คือ นายมาโนชญ์ สวยลึก อายุ 21 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน กมว 450 ฉะเชิงเทรา และ น.ส.จิตตรี ศรีพัด อายุ 20 ปี นั่งซ้อนท้าย ใกล้กันพบ นายอำนาจ ส่งศรี อายุ 20 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีขาว-ฟ้า ทะเบียน ลบก 191 ชลบุรี และ นายอรรถพร ด้วงเงิน อายุ 16 ปี ทั้งหมดได้รับบาดเจ็บหมดสติ อาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลบางปะกงและจุฬารัตน์ 11 โดยคู่กรณีเป็นวัวเพศเมีย สีน้ำตาล ซึ่งท้องแก่ นั่งหลบอยู่ข้างทางหลังถูกชนจนได้รับบาดเจ็บ

เบื้องต้นสอบถามนายอำนาจให้การว่า ขณะที่รถทั้งสองคันกำลังวิ่งมาตามถนนเพื่อกลับบ้าน จู่ๆ ก็มีวัวตัวดังกล่าวเดินฝ่าความมืดออกมาจากข้างทาง ทำให้รถทั้งสองคันเบรกไม่ทันจึงชนวัวเข้าเต็มแรง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งตรวจสอบต่อไปว่า วัวตัวดังกล่าวเป็นของใคร และหลุดออกมาเดินบนถนนในเวลากลางคืนลักษณะนี้ได้อย่างไรต่อไป

ที่มา:khaosod

โอ ศิร์ภูมิ คว้าแชมป์ The Voice Thailand 5 ชนะใจคนไทยทั้งประเทศ

      โอ ศิร์ภูมิ ทีมโค้ชโจอี้ บอย โชว์เสียงร้องทรงพลังชนะใจคนดูทั้งประเทศ คว้าแชมป์ The Voice Thailand season 5 ไปครองได้สำเร็จ  เดินทางมาถึงการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศแล้ว สำหรับรายการ The Voice Thailand season 5 ในวันนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2560) ซึ่งมีผู้เข้าแข่งขันจากทั้งหมด 4 ทีม คือ เกิบ จากทีมโค้ชดา , แต๊ก จากทีมโค้ชก้อง, คิง จากทีมโค้ชสิงโต และ โอ ศิร์ภูมิ จากทีมโค้ชโจอี้ บอย

ซึ่งผู้ที่สามารถโชว์เสียงร้องชนะใจคนไทยทั้งประเทศไปได้ก็คือ โอ ศิร์ภูมิ จากทีมโค้ชโจอี้ บอย ที่มาในเพลง ทั้งรักทั้งเกลียด คว้าแชมป์ The Voice Thailand season 5 ไปครองได้สำเร็จสมใจหวัง

ที่มา:kapook

หนุ่มสาวเขียนจม.ลาตาย ก่อนโดดทะเล แต่แม่ไม่เชื่อฆ่าตัว ชี้เพิ่งถูกขู่ฆ่า

           เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.30 น.วันที่ 1 กุมภาพันธ์  ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวประมงบ้านสามเสียบ ม.5 ต.นาชะอัง อ.เมือง จ.ชุมพร ว่า มีรถยนต์เก๋งถูกจอดทิ้งไว้บนสะพานปลา ตั้งแต่เมื่อคืน จนมาถึงขนาดนี้ ยังไม่พบเจ้าของมาขยับแต่อย่างใด จึงรุดไปตรวจสอบพบรถยนต์คันดังกล่าว ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ รุ่นวีออส ทะเบียน กง 6533 ชุมพร จอดอยู่บนสะพานปลาในสภาพด้านหน้าหันลงทะเล จอดจนเกือบตกสะพาน

ภายในรถพบบริเวณที่ดึงเบรกมือใกล้เกียร์กระเป๋าสตางค์ สีดำ แบบพับครึ่ง เปิดอ้าออกพอเห็นเอกสารเป็นบัตรประชาชน ระบุชื่อคือนายวุฒิชัย เนียมมาลา อายุ 32 ปี ส่วนบริเวณเบาะหลังพบกางเกงยีนส์ กระเป๋าหนังแบบสะพาย 2 ใบ กระเป๋าผู้หญิง 1 ใบ กระดาษสลิปเงินธนาคาร สมุด ใบมีดโกน กระดาษกาวสีน้ำดาษ รองเท้าผ้าใบสีขาว และสิ่งของอื่นๆอีกจำนวนหนึ่ง

นอกจากนี้ยังพบจดหมายลาตาย เขียนตัดพ้อเรื่อวความรักไม่สมหวัง และขอโทษญาติพี่น้องทุกคน และขอให้ทำศพเผาด้วยกัน ลงชื่อ กรและน้ำ อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนนางธรรมนูญ เนียมมาลา แม่ของนายวุฒิชัย หรือกร ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุลูกชายขับรถออกไปกับ น.ส.จริญา หรือน้ำ รอดสาย อายุ 26 ปี ซึ่งเพิ่งหย่ากับสามีเมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา

ต่อมาวันที่ 31 ม.ค.  มีผู้ชายได้โทรศัพท์มาหาตน ขู่ว่าหากพบนายวุฒิชัยและน.ส.จริญาที่ไหนจะฆ่ให้ตายทั้ง 2 คน กระทั่งมีชาวประมงไปพบรถจอดทิ้งไว้ที่สะพานท่าเทียบเรือประมงนางธรรมนูญกล่าวว่า ส่วนจดหมายลาตายที่พบในรถนั้น ไม่เชื่อว่าเป็นลายมือลูกชาย และไม่คิดว่าลูกชายกับน.ส.จริญาจะคิดสั้นอย่างนั้น เรื่องนี้น่าจะมีเงื่อนงำ หรือไม่ก็อาจถูกอุ้มไปฆ่าที่อื่น ขณะที่ตำรวจยกรถเก๋งคันดังกล่าวไปเก็บรักษาไว้ที่ สภ.เมืองชุมพร เพื่อรอให้ฝ่ายพิสูจน์หลักฐานไปเก็บลายนิ้วมือแฝง รวมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ออกค้นหาในทะเลว่ามีศพจริงหรือไม่

ที่มา:khaosod

บี้ – โม เลี่ยงสัมภาษณ์คู่! แต่ยืนยันเลิกแล้วยังเจอหน้ากันได้

บี้ - โม เลี่ยงสัมภาษณ์คู่! แต่ยืนยันเลิกแล้วยังเจอหน้ากันได้

         เป็นที่จับตามองอีกคู่ สำหรับนักร้องหนุ่ม “บี้ สุกฤษฎิ์” ที่เพิ่งออกมายอมรับว่าได้ถอยสถานะห่างจากหวานใจสาว “โม มนชนก” เป็นที่เรียบร้อยแต่ แต่ล่าสุดทั้งคู่ต้องออกงานร่วมกัน หลายคนจึงสงสัยว่าแล้วแบบนี้จะมีปัญหา หรือมองหน้สกันติดไหม ซึ่งงานนี้ทั้งสองก็พร้อมที่จะให้สัมภาษณ์ แต่ไม่พร้อมจะออกมายืนพูดพร้อมกันต่อหน้าสื่อ โดยหนุ่มบี้ได้เผยให้ฟังว่า ยังเจอกันได้ไม่มีปัญหา และก็ทักทายปกติ ส่วนด้าน “เจษ เจษฎ์พิพัฒ” ที่เคยมีข่าวว่าเป็นมิอที่สามนั้น ก็ยังได้เจอและทักทายหลังเวที ไม่ได้มีการเคลียร์อะไรเกี่ยวกับข่าวทั้งนั้น

มาร่วมงานเดียวกับโม ได้เจอกันหรือยัง?
“ก็เจอ ได้เจออยู่ข้างหลังสวัสดีทักทายเฮฮากันนิดหน่อย ส่วนที่คุณจับตาว่าไม่ได้ขึ้นเวทีด้วยกัน เอ้า! จะขึ้นเวทีด้วยกันได้ยังไงก็เราเล่นอยู่คนละเรื่องกัน เราไม่ได้เลี่ยงที่จะเจอกันนะ เราก็ทักทายกันได้ตามปกติ”

วันนี้มีทั้ง โม เจษ?
“ก็บอกแล้วไงผมไม่ได้เล่นละครเรื่องเดียวกับเขาจะขึ้นเวทีพร้อมกันได้ยังไง เราก็ได้เจอกันหลังเวทีทักทายสวัสดีเฮฮา”

ความรู้สึกที่ได้เจอน้องวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
“จริงๆ แล้วในเรื่องของความรู้สึก เรื่องของความเป็นห่วงเป็นใยเราถามไถ่กันอยู่ตลอด วันนี้ได้มาเจอกันเราก็ยังถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันอยู่นิดๆ หน่อยๆ เอาเท่าที่เวลาและสถานที่เหมาะสม”

ไม่ได้อยู่ในสถานะ สนิทกันมากๆ รู้สึกแปลกไหม?
“ถามว่ารู้สึกแปลกไหมเหรอ มันก็จะมีรู้สึก เหวอ ๆ นิดนึงนะ แต่เราก็ยังมีความห่วงใยให้กันอยู่เสมอ เราก็ให้กำลังใจกันตลอด เราไม่ได้ตัดขาด ไม่ใช่อย่างนั้น ช่วงที่ผ่านมาก็มีคุยกันถกปัญหาว่า เธอเป็นยังไง ฉันเป็นยังไง มีอะไรให้ช่วยไหม เป็นแนวช่วยเหลือกันซะมากกว่า”

มีโอกาสจะได้กลับมาคืนดีกันเหมือนเดิมไหม?
“อันนี้มันก็เป็นเรื่องของอนาคตทุกอย่างก็ไม่เที่ยง อะไรก็เกิดขึ้นได้”

มีใครพยายามปรับจูนกันไหม?
“ณ เวลานี้เป็นแค่แนวให้กำลังใจกันมากกว่า อาจจะไม่ใช่ในเรื่องของการง้อกัน แต่เป็นเรื่องของการให้กำลังใจและช่วยเหลือกัน ช่วงนี้เราก็ต่างคนต่างทำงาน แต่ช่วงที่อยู่คนเดียว มันก็มีคิดขึ้นมานิดนึง แต่เราพยายามจะไม่คิดถึงมันมากกว่า เพราะเดี๋ยวเราจะทำงานไม่ได้ หาเพลงฟังไป สวดมนต์บ้าง เข้าวัดบ้าง อะไรนิดๆ หน่อยๆ ไป”

โม ยังเป็นผู้หญิงที่เราคุยด้วยบ่อยสุดอยู่ไหม?
“ก็ยังสอบถามสารทุกข์สุขดิบกันอยู่เสมอๆ”

เปิดใจมองสาวๆ คนอื่นหรือยัง?
“เดี๋ยวก่อนเถอะ ไม่ใช่ว่าไม่พร้อมแต่บางครั้งหัวใจของเราเพราะมันมีเรื่องราวที่ทำให้เราต้องอยู่คนเดียวแล้วเนี่ยมันต้องใช้ระยะเวลาสักระยะหนึ่งไม่ใช่ปุ๊บปั๊บคิดจะปิดก็ปิดแล้วเปิดใหม่ได้เลยมันไม่ใช่แบบนั้น”

แสดงว่าเราช้ำมาก?
“ไม่หรอก เรื่องของความผิดหวังและความเสียใจมันจะมีเป็นปกติอยู่ที่ว่าเราทำใจได้ช้าหรือเร็วอันนั้นจะเป็นเรื่องของเวลาที่แต่ละคนจะต้องใช้ ขึ้นอยู่กับแต่ละคน”

เจษได้เข้ามาคุยกับ บี้ หลังเวทีไหม?
“เรื่องที่คนจับตามองก็เป็นเรื่องของคนอื่นๆ นะ”

ยืนยันว่าเจษไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง?
“อืม…ไม่หรอก ได้เจอกันก็สวัสดีทักทายข้างหลังเวทีกันนิดหน่อย”

ได้เปิดใจคุยกับเจษหรือยัง?
“ไม่หรอก เพราะว่าเขาก็คงโอเคมั้ง สบายๆ ไม่มีอะไรหรอก ส่วนกับโมเรา เราก็ยังมีแมสเสจ คุยกันอยู่และเรื่องที่จะเอามาต่อว่าเขาไม่เกี่ยวข้องก็ตามนั้นแหละตอนที่เขาพูด”

ด้านสาว “โม มนชนก” ก็ได้เผยหลังจาก “บี้ สุกฤษฎิ์” ให้สัมภาษณ์ว่า ทุกวันนี้ใช้ชีวิตปกติ ไม่ได้เหงาอะไร ยังไม่พร้อมเปิดใจ ขอทำงานและเที่ยวก่อนดีกว่า

 

เมื่อกี้ได้เจอกับพี่บี้เป็นอย่างไรบ้าง?
“ก็คุยกันปกติ ถ้าทักก็พูดคุยกันปกติ”

คุยกันเรื่องอะไรเป็นพิเศษไหม?
“ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ เพราะว่าเขาก็มางาน ก็ไม่มีอะไรจะต้องคุยอยู่แล้ว”

เขาบอกว่ายังส่งข้อความหา?
“ก็ปกติค่ะ พูดคุยกันเรื่องทั่วไป ไม่ได้มีอะไรพิเศษ”

ดูเขาเป็นห่วงเราอยู่นะ?
“โมไม่รู้เหมือนกันค่ะ โมใช้ชีวิตปกตินะคะ แล้วก็อย่างที่พูดไปครั้งที่แล้วคือโมโฟกัสกับปัจจุบัน ก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องอื่น เรื่องทั่วไปมากกว่า”

วันนี้คนจับตามองว่าไม่ได้ขึ้นเวทีด้วยกัน?
“จริงๆ เราแยกเป็นละครแต่ละเรื่องไป โมไม่ได้เล่นกับพี่บี้ก็เลยไม่ได้ขึ้นไป ก็เป็นเรื่องปกติค่ะ”

ถ้าได้ร่วมงานกันก็ทำงานด้วยกันได้ใช่ไหม?
“ได้ตามปกติทุกคนค่ะ”

ความรู้สึกเราเป็นยังไงบ้าง?
“ก็โฟกัสอยู่กับปัจจุบัน ใช้ชีวิตอยู่ปกติ มันไม่มีอะไรหรอก ก็ทำงานปกติ เจอกับพี่บี้วันนี้เราก็ทำงานต่อไป เจอกันเราก็ทักทายกันปกติ กับพี่บี้เราเจอกันก็ทักทายกันปกติ ไม่ได้มีอะไร เราเจอกันแค่บนเวทีเพราะว่าคนเยอะ”

ข่าวกับเจษเป็นอย่างไร?
“มันก็เป็นข่าวเดิมๆ เป็นข่าวที่วนๆ อยู่แบบนี้ เราก็เคลียร์ชัดหมดแล้วทุกอย่าง จริงๆ โมว่าเราอยู่กับปัจจุบันดีกว่าค่ะ ใช้ชีวิตปกติ ทำงาน ทำอะไรที่เราชอบ หาแพลนเที่ยวดีกว่า”

จะมีการปรับจูนกันอีกไหม?
“โมว่าเป็นเรื่องของอนาคตค่ะอย่าไปคาดหวัง อย่าไปโฟกัส อยู่กับปัจจุบันดีที่สุด”

สภาพจิตใจโมตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
“เหมือนเดิม อยู่กับปัจจุบัน เคยพูดไว้อย่างไงวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม”

เหงาไหม?
“ไม่ค่ะ ก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้วไม่ได้อะไรมาก ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตกับเพื่อนใช้ชีวิตคนเดียว ไปดูหนังฟังเพลง เป็นปกติ ไม่ได้มีอะไรต่าง”

แต่บี้บอกว่าเหงา?
“ไม่รู้ พี่บี้ไม่ได้บอกโม ก็เป็นกำลังใจให้”

ปิดใจไหม?
“ไม่ได้เปิดใจหรือว่าปิดกั้นใคร ถ้ามีคนพูดคุยก็ได้ แต่ว่าตอนนี้ยังอยากอยู่กับปัจจุบัน”

มีใครเข้ามาไหม?
“ตั้งแต่ข่าวออกไปพี่ๆ เพื่อนๆ ก็เข้ามาถาม มีคนฝากมาถาม แต่โมรู้สึกว่าอยู่อย่างนี้ดีกว่า มีความสุขมากกว่า ถามว่าเปิดใจไหมก็ไม่ได้เปิดแต่ก็ไม่ได้ปิด แต่ว่าคนเรา การที่เราจะคุยกับใครมันต้องมีหลายปัจจัย มันต้องคลิกกันดูเวลา ความเหมาะสมถูกที่ถูกเวลา”

ตอนนี้อยากมีใครไหม?
“ไม่ค่ะ อยู่กับปัจจุบันดีกว่า”

ย้อนมาที่เรื่องเจษ เขาเคยให้สัมภาษณ์เรื่องบี้กับโม เราได้คุยกับเขาบ้างไหม?
“มันอยู่เหนือความควบคุมของโม ทุกคนมีจุดของตัวเอง ทุกคนต้องแก้ปัญหาของตัวเองไม่เกี่ยวกับโม”

บี้ สุกฤษฎิ์

บี้ สุกฤษฎิ์

บี้ สุกฤษฎิ์

โม มนชนก

โม มนชนก

โม มนชนก

ที่มา:sanook

โค้งสุดท้ายหวยออก!! ขนลุกสาวผมยาวโผล่ตอตะเคียน แห่ขอหวย ได้เลขเด็ดเจ้าแม่มาลัยทอง

          วันที่ 1 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 31 ม.ค. ก่อนวันหวยออก ที่วัดวังไทรทอง หมู่ 7 ต.ซับเปิบ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ได้มีชาวบ้านและนักเสี่ยงโชคจำนวนหนึ่ง ต่างพากันแต่งขันธ์5 ขันธ์8 ธูปเทียน มากราบไหว้ขอโชคลาภ ขอเลขเด็ดจากตอตะเคียนทอง ที่มีอายุกว่า 100 ปี ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-5 เมตร สูง 1 เมตรเศษจากฐานราก รอบโคนต้องใช้คน 7-8 คนโอบ และอีกส่วน คือ ท่อนปลายตะเคียนทอง มีความยาวกว่า 20 เมตร ซึ่งก่อนหน้านี้คณะกรรมการหมู่บ้านดังกล่าว ได้นำตอตะเคียนพร้อมท่อนปลายซึ่งเดิมทีจมน้ำอยู่ในคลองซับเปิบ-วังโป่ง ห่างจากวัดราว 100 เมตร นำขึ้นมาทำความสะอาด เก็บรักษาไว้ที่วัด ก่อนจะมีชาวบ้านทราบข่าว ต่างพากันทยอยมาขอเลขเด็ด เพื่อนำไปเสี่ยงโชคตามความเชื่อความศรัทธากันตั้งแต่เช้าจนค่ำ

จากการสอบถามเบื้องต้น ทราบว่าเมื่อสองวันที่ผ่านมา มีชาวบ้านรายหนึ่งกลับจากทำไร่ทำสวน ได้เดินผ่านหน้าวัดช่วงเวลาประมาณ 6 โมงเย็น ทันใดนั้นสายตาได้หันไปเห็นผู้หญิงผมยาว ยืนอยู่ที่บริเวณใกล้กับตอตะเคียนที่ตั้งในวัด แต่เมื่อตนเดินผ่านไปอีก 5 เมตร กลับไม่เห็นผู้หญิงผมยาวคนดังกล่าวแล้ว ตอนนั้นตนรู้สึกตกใจกลัวมาก แต่ก็นึกขึ้นได้ว่า เคยได้ยินคำบอกเล่าจากพระภายในวัดว่า ตอตะเคียนทองดังกล่าวมักเป็นที่อาศัยของผู้หญิงสาวผมยาว ตนจึงได้ยกมือไหว้ขอขมาว่า หากได้ทำสิ่งใดที่ไม่เหมาะสมก็ขอขมาด้วย พร้อมทั้งรีบเดินกลับบ้านอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ในวันถัดมา ตนก็ได้เล่าเรื่องดังกล่าวให้คนในพื้นที่ฟัง ทำให้ผู้ที่ทราบข่าวพากันเดินทางมาขอโชคจากเจ้าแม่ตะเคียน ซึ่งต่อมามีชื่อเรียกว่าเจ้าแม่มาลัยทอง อย่างไม่ขาดสาย บางคนเห็นเป็นเลข 35

 

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง นายเสถียร ดวงสิมมา อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ที่ 7 ต.ซับเปิบ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ไปทอดแหจับปลาในคลองน้ำดังกล่าว ซึ่งอยู่ห่างจากวัดไม่มาก จังหวะที่ได้หว่านแหลงไปปรากฏว่าไม่สามารถดึงแหขึ้นมาได้ เหมือนมีอะไรดึงไว้ ตนจึงเรียกเพื่อนมาช่วยเอาแหขึ้น แล้วพากันดำน้ำลงไปสำรวจดู ก่อนพบตอตะเคียนขนาดใหญ่จึงรีบแจ้งไปยังผู้ใหญ่บ้านมาดู ก่อนจะนำรถแบ็กโฮมาทำการขุดขึ้นและทำพิธีอัญเชิญไปอยู่ที่วัด

ที่มา:khaosod

บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่แสดงความเห็น “ต่อต้าน” คำสั่งแบน 7 ประเทศของทรัมป์

 

       ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซีอีโอบริษัเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Google, Apple, Facebook และ Airbnb ต่างแสดงความคิดเห็นต่อคำสั่งที่ Donald Trump ได้เซ็นต์ไปเพื่อเป็นการสั่งห้ามชาวมุสลิม 7 ประเทศเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 90 วัน ได้อย่างน่าสนใจ 

Mark Zuckerberg ได้กล่าวเพิ่มเติมในแง่ดีว่า คำสั่งนี้อาจเพื่อปกป้องผู้อพอยพที่ได้ลี้ภัยเข้ามายังประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก

Sundar Pichai ซีอีโอ Google เรียกตัวพนักงานกลับมายังสหรัฐฯ ทันที

“เราเป็นห่วงว่าคำสั่งนี้จะเป็นการปิดกั้นพนักงานของ Google และครอบครัวของพวกเขา รวมถึงบุคคลที่มีความสามารถคนอื่นๆด้วย”

Sergey Brin ผู้ร่วมก่อตั้ง Google ได้เข้าร่วมการประท้วงที่สนามบิน San Francisco

“ผมมาที่นี่ เพราะผมเป็นผู้ลี้ภัย” เขากล่าวสั้นๆ กับ Forbes
Brad Smith ประธาน Microsoft ได้ส่งอีเมลให้ความช่วยเหลือด้านกฏหมายแก่พนักงานที่ได้รับผลกระทบ

Tim Cook ซีอีโอ Apple กล่าว “มันเป็นนโยบายที่เราไม่ควรสนับสนุน”

Tim Cook ได้ส่งอีเมลถึงเหล่าผู้บริหาร Apple โดยมีใจความดังนี้

“ผมได้ยินว่าพวกคุณหลายคนเป็นกังวลต่อคำสั่งห้ามชาวมุสลิม 7 ประเทศเข้ามาประเทศ ผมเห็นด้วยและมันเป็นนโยบายที่เราไม่ควรสนับสนุน” เขาทิ้งท้ายว่า พร้อมที่จะให้ช่วยเหลือด้านกฏหมายแก่พนักงานที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งดังกล่าว

Travis Kalanick ซีอีโอ Uber ได้กล่าวว่า ทางบริษัทจะชดเชยให้กับคนขับที่เดินทางกลับบ้านไม่ได้ “การแบนครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก”

 “ทุกรัฐบาลที่ผ่านมามีการควบคุมคนเข้าเมืองที่อนุญาตให้ผู้คนจากต่างประเทศทั่วโลก และทำให้อเมริกาเป็นบ้านของพวกเขา” และในวันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2017 นี้ Travis Kalanick ผมจะนำเสนอปัญหานี้ในการประชุมกลุ่มที่ปรึกษาด้านธุรกิจของ Donald Trump

Airbnb จะให้ที่พักแก่ผู้อพยพที่ไม่สามารถเดินทางเข้าอเมริกาได้ และ Brian Chesky ได้กล่าวว่า “เราต้องยืนหยัดเคียงข้างผู้ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้”

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2017 ที่ผ่านมา Brian Chesky ซีอีโอของ Aribnb ได้ทวีตข้อความว่า “ที่พักฟรีสำหรับผู้อพยพและทุกคนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าอเมริกา การปิดประตูครั้งนี้จะแบ่งแยกอเมริกาออก เราควรร่วมกันหาทางเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ไม่ใช่แยกพวกเขาออกจากกัน”

Elon Musk ซีอีโอ Tesla และ SpaceX กล่าวว่า การอพยพไม่ใช่ปัญหาที่ประเทศกำลังเผชิญ

 Elon Musk หนึ่งในทีมที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของ Donald Trump ได้กล่าวว่า คำสั่งนี้ไม่ใช้วิธีที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาที่ประเทศกำลังเผชิญ อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อคนที่ไมได้ทำอะไรผิด และไม่ควรที่จะถูกขับไล่

Jack Dorsey ซีอีโอ Twitter กล่าวว่า จะมีผลกระทบด้านมนุษยธรรมและเศรษฐกิจที่รุนแรงและร้ายกาจ

“Twitter ถูกสร้างขึ้นมาโดยผู้อพยพในทุกศาสนา เราจะอยู่เคียงข้างพวกเขาเสมอ”

Peter Thiel มหาเศรษฐีผู้ลงทุนใน PayPal และใกล้ชิดกับ Donald Trump กล่าวว่า “การแบนเป็นการทดสอบทางศาสนา”

โฆษกของ Peter Thiel ได้กล่าวเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2017 กับทาง Forbes ว่า “Peter Thiel ไม่ได้สนับสนุนการทดสอบทางด้านศาสนา”

Peter Thiel ได้อพยพจากเยอรมนีมายังอเมริกาเมื่อยุ 1970 ล่าสุดเขาเป็นผู้ประสานงานในการประชุมระหว่าง Donald Trump กับเหล่าผู้นำบริษัทเทคโนโลยีทั้งหลาย รับทำเว็บไซต์ สุพรรณบุรี ออกแบบเว็บไซต์ จัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) และรับทำ SEOสุพรรณบุรีด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย!รับทำเว็บไซต์ สุพรรณบุรี

ที่มา:beartai

เอ็ม ไม่ขำ!! ถูกด่าสวยศัลยกรรมไม่ซื้อ เพราะขายลิปสติกเหน็บ ขวัญ

เอ็ม ไม่ขำ!! ถูกด่าสวยศัลยกรรมไม่ซื้อ เพราะขายลิปสติกเหน็บ ขวัญ

           โพสต์โปรโมทสินค้าเพื่อขายเป็นเรื่องปกติแต่กลับถูกโยงให้กลายเป็นเกาเหลาอีกคู่ สำหรับสาว “เอ็ม บุษราคัม” ซึ่งก่อนหน้านี้ได้โพสต์รูปลิปสติกแบรนด์ตัวเอง พร้อมแคปชั่น ‘ของดีที่ไม่แพง เพราะของแพงๆก็ใช่ว่าจะดี’ ทำให้หลายคนอดคิดไม่ได้ว่าต้องการจะเหน็บแบรนด์สินค้าของนางเอกสาว “ขวัญ อุษามณี” ที่เพิ่งเปิดตัวไปในวันเดียวกันกับที่โพสต์หรือเปล่า โดย เอ็ม ได้รีบออกมาชี้แจงต่อหน้าสื่อมวลชนให้ฟังทันทีว่า เป็นเพียงการโพสต์ที่ดึงเอาจุดแข็งของสินค้าตัวเองมาพูดเท่านั้น ไม่ได้ต้องการจะเหน็บใคร และไม่ได้รู้จักกับขวัญเป็นการส่วนตัว เชื่อว่าอีกฝ่ายเข้าใจ ไม่เก็บมาคิดมาก พร้อมยอมรับเครียดถูกคนด่าแถมยังโยงไปเรื่องศัลยกรรมอีกด้วย

เรื่องลิปสติกที่เราโพสต์ทำให้คนโยงว่าเราเกาเหลากับ ขวัญ อุษามณี หรือเปล่า?
“จริงๆ เอ็มไม่ได้รู้จักกับขวัญเป็นการส่วนตัวเลย ตอนแรกที่เห็นข่าวก็ตกใจมากว่าทำไมถูกโยง ก็เรื่องราวไม่มีอะไรเลย และเอ็มไม่เคยเจอน้องขวัญเป็นการส่วนตัวด้วย แล้วก็เอ็มทำธุรกิจลิปสติกนี้มานานแล้ว เอ็มก็ไม่คิดว่าน้องขวัญเป็นคู่แข่ง และน้องขวัญคงไม่เห็นว่าเอ็มเป็นคู่แข่ง เพราะฉะนั้นเรามาไลน์ทาเก็ตที่ไม่เหมือนกัน เอ็มคิดว่าเราไม่น่าจะมีปัญหากัน”

แต่วันนั้นขวัญเปิดตัวพอดีแล้วเราก็โพสต์?
“อ๋อ… จริงๆ โพสต์ขายของบ่อยมากในไอจีตัวเอง โพสต์ตลอด แต่คือจุดเด่นลิปติกของเอ็มคือมันถูก เอ็มเลยอยากจะพรีเซนต์ว่าของถูกและดีมันมีนะ แต่ทีนี้เอ็มไม่คิดว่าเขาเอาไปโยงจนเป็นเรื่องขึ้นมา คือรูปแบบลิปสติกไม่เหมือนกันเลย”

สำหรับแคปชั่นของเราที่บอกของถูกของแพงใช่ว่าจะดีอะไรทำนองนี้เราโพสต์ตลก ขำๆ ประจำอยู่แล้วหรือเปล่า?
“เอ็มก็โพสต์แบบนี้ตลอดนะคะ บางทีมันอาจจะมีโพสต์อะไรที่ดูแรงกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่เวลามันประจวบเหมาะมากๆ คนก็เลยคิดว่าเอ็มหมายถึงขวัญ ซึ่งจริงๆ แล้วเอ็มหมายถึงแบรนด์เค้าท์เตอร์อื่นๆ ดังๆ เลย ว่าบางคนเขาใช้ไม่ถูกก็มีนะ มาลองซื้อของที่ถูกไหมคือมันดีนะอะไรประมาณนี้”

ถือว่าซวยไหม?
“ซวยค่ะ ซวยมากๆ แต่ถ้ามองโลกในแง่ดีนะถือว่าเป็นการโปรโมท แต่มันไม่สนุกเลย พอเราตื่นมาปุ๊บ เห็นแฟนคลับเราส่งมาก่อนถามเราว่าเห็นหรือยัง มีคนว่าพี่เอ็มเต็มเลย เอ็มเข้าไปอ่านนิดนึงก็เครียดนะ เรารู้สึกว่าเรายังไม่ได้ทำอะไรเลยอ่ะ อยู่ๆ เราก็โดนว่าโดนด่าลามไปถึงศัลยกรรมอะไรก็ไม่รู้ “

โดนขุดเรื่องในอดีต?
“ใช่ ประมาณว่ายังไงเขาก็ซื้อของน้องขวัญ เพราะว่าเอ็มสวยศัลยกรรม สวยปลอม คืออ่านแล้วเราจิตตกนะ แต่เอ็มคิดว่าถ้าเรายังอ่านอยู่มันเสียเวลาทำมาหากินเรามาก ก็เลยเออๆ ปล่อยไป”

 

มันกระทบกับธุรกิจเราไหม ทำให้ยอดตกหรือเปล่า?
“ไม่นะคะ ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าจะคิดว่าซวยไหม ซวย ถ้าคิดในแง่ดีก็ดี มันก็ทำให้คนจับตามองแบรนด์ลิปสติกเราด้วย ถือว่าเป็นเรื่อวราวดีๆ ละกัน”

ตอนนี้ยังมีแฟนคลับมาว่าเราอยู่ไหม?
“ไม่มีแล้วนะคะ ส่วนใหญ่เขาน่าจะแยกแยะได้ อันไหนเรื่องจริงทไม่จริง อันไหนเรื่องที่ถูกโยง อันไหนคือเรื่องมั่วเขาชงกัน พอเอ็มเห็นปุ๊บก็รีบโพสต์ในไอจีตัวเองเลยว่าเอ็มไม่เห็นรู้เรื่องเลย ทำไมอยู่ๆ มันกลายเป็นแบบนี้ไปได้”

มีโอกาสไปเคลียร์กับขวัญไหม?
“ไม่ค่ะ เพราะว่าตัวเอ็มเองไม่ได้รู้จักกับน้องเป็นการส่วนตัว และเอ็มคิดว่าน้องคงไม่คิดว่าข่าวนี้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขาด้วย ตัวเขาเองเปํนนักแสดงที่คนรู้จักเยอะ ข่าวกับเอ็มเป็นข่าวที่เล็กมาก สำหรับน้องนะ”

เราไม่ได้โจมตีคู่แข่ง?
“ไม่ ไม่เลยค่ะ เพราะว่าเอ็มรู้สึกว่าเอ็มกับน้องมีทาเก็ตที่ไม่เหมือนกัน และเอ็มไม่คิดจะไปแข่งกับน้องเขาอยู่แล้ว เหมือนที่พูดตั้งแต่แรก เพราะว่าน้องเขามีสายป่านที่ยาวกว่าเอ็ม เพราะฉะนั้นช่องทางหรือการขายของเรามันคนละทางกันอยู่แล้ว และลิปสติกเราไม่ได้เหมือนกันด้วย”

คุณพ่อว่าอย่างไรบ้างที่เราโดนโยง?
“คุณพ่อเขาไม่ค่อยใส่ใจข่าวอะไร เขาไม่มีโทรศัพท์มือถือ เพราะฉะนั้นเขาก็จะไม่ทราบเกี่ยวกับข่าวแบบนี้”

การโพสต์ขายครั้งต่อไปเราต้องระมัดระวังมากขึ้นไหม?
“จริงๆ อาจจะต้องเรียบเรียงคำพูดใหม่ แต่จุดเด่นของลิปสติกเอ็มคือมันถูกไงคะ ก็ต้องเอาจุดเด่นและจุดแข็งของตัวเองออกมา แต่ด้วยความที่คนเขาไม่รู้เขาอาจจะเอามาโยงกัน แต่เอ็มก็ไม่ได้สนุกด้วยหรือโอเคด้วยทำให้มันเป็นเรื่องเป็นราว เอ็มรู้สึกซวยเหมือนกันอ่ะ”

เครียดมากไหม เพราะโดนขุดเรื่องอดีตด้วย โดนต่อว่าด้วย?
“ไม่เครียดค่ะ ถ้าเราอยู่ตรงนี้แล้วเราเก็บทุกเรื่องมาคิด เราไม่มีเวลาทำมาหากินอะไรเลย เพราะฉะนั้นเอาเวลาไปโฟกัสกับธุรกิจของเราดีกว่า และเอ็มเชื่อว่าน้องเขาสตรองมาก ไม่เก็บเอาเรื่องนี้มาคิดชัวร์”

เอ็ม บุษราคัม

เอ็ม บุษราคัม

เอ็ม บุษราคัม

เอ็ม บุษราคัม

เอ็ม บุษราคัม

ที่มา:sanook

รับสร้างบ้าน อุดร ขอนแก่น ด้วยวัสดุมาตรฐาน คุณภาพเกรด A

รับสร้างบ้าน อุดร ขอนแก่น
รับสร้างบ้าน อุดร ขอนแก่น

MODERNDE บริษัท รับสร้างบ้าน อุดร รับสร้างบ้าน ขอนแก่น ปัจจุบันมีสาขา อุดร และ ขอนแก่น รับสร้างบ้าน ออกแบบบ้าน อาคาร สำนักงาน show room อื่นๆ ด้วยวัสดุมาตรฐาน คุณภาพเกรด A ราคายุติธรรม ทั้งนี้ รวมไปถึงการตรวจสอบคุณภาพ ก่อสร้างจากทีมวิศวกรก่อสร้าง กว่า 100 ขั้นตอนและงานรับประกันนานกว่า 15 ปี ดังนั้น จึงเชื่อใจได้ ท่านจะได้รับ ความพึงพอใจ และบ้านที่สวยงาม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามสไตล์ อย่างแน่นอน

ผลงาน ลูกค้าที่ใช้บริการ รับสร้างบ้านอุดร ขอนแก่น กับเรา

รับสร้างบ้าน อุดร ขอนแก่น

นักธุรกิจสาวสวย ที่งานเยอะธุรกิจรัดตัวจนแทบจะไม่มีเวลาว่าง กับแนวคิดการและแรงบันดาลใจในการ สร้างบ้านในฝันของตัวเอง “คุณแตงโม อภิญญา อิ้งศิริสวัสดิ์

รับสร้างบ้าน อุดร ขอนแก่น
สัมภาษณ์คุณกาญจนา ราชชาดา สร้างบ้านด้วย Eco Nano Block

คุณกาญจนา ราชชาดา เจ้าของบ้านที่สร้างด้วยวัสดุ Eco Nano Block จะมาเลาถึงบ้านที่สร้างด้วยอิฐนาโน นั้นจะเป็นอย่างไร

Harley-Davidson of Khon Kaen
Harley-Davidson of Khon Kaen
Harley-Davidson of Khon Kaen
Harley-Davidson of Khon Kaen
Harley-Davidson of Khon Kaen
Harley-Davidson of Khon Kaen

Harley-Davidson of Khon Kaen แห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ส่งมอบเป็นที่เรียบร้อยสำหรับโครงการ MDKK-076 ( show room harley) สถานที่ก่อสร้าง ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น บริษัทขอขอบพระคุณลูกค้าเป็นอย่างสูงที่ท่านได้ให้ความไว้วางใจและมีอุปการคุณด้วยดีตลอดมา สร้างบ้าน อาคาร สวยตามสไตล์ของคุณเอง ในที่ดินของคุณเอง
โดยทีมงานคุณภาพ พร้อมกับการรับประกันผลงานและบริการหลังการขายที่ดูแลคุณ

ติดต่อเรา MODERNDE
รับสร้างบ้านขอนแก่น โทร.043-333-355
รับสร้างบ้านอุดรธานี โทร.042-222-029

เว็บไซต์
http://www.modern-de.com
เฟสบุ๊ค
https://www.facebook.com/MODERNDEHouseBuilder/

ต้อง ศุภัชญา แฉอดีตสามี หย่าแล้วขอเงินค่าซองแต่งงานคืน 4 แสน แบบนี้ก็มีด้วย !

ต้อง ศุภัชญา

     ต้อง ศุภัชญา ชี้หย่าอดีตสามีแล้ว ด้านอดีตสามีขอเงิน 4 แสนบาทค่าซองแต่งงานคืน ยอมรับว่างงแต่ต้องให้ เรื่องจะได้จบ ! หลังจากที่เมื่อไม่นานมานี้ ต้อง ศุภัชญา ได้ไปเซ็นใบหย่ากับ  ดร.เอก ชุณหชัชราชัย ภายหลังจากที่ทั้งสองคนใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมา 2 ปี และดูว่าความรักครั้งนี้จะจบไม่ดี เพราะมีเรื่องที่ ดร.เอก แอบเบี้ยวเซ็นใบหย่าด้วย แต่สุดท้าย ต้องก็ได้ลายเซ็นและจบความสัมพันธ์กันสมบูรณ์ ซึ่งล่าสุด (26 มกราคม 2560) ต้อง ก็ได้ออกมาเผยว่า หลังจากหย่าชีวิตก็ดีขึ้น และยังแฉอีกด้วยว่า อดีตสามีขอซองแต่งงานกว่า 4 แสนบาทคืนอีกด้วย

ต้อง ศุภัชญา

ทั้งนี้ ต้อง เผยว่า หลังจากที่หย่าเราก็สบายใจมาก เพราะปีก่อนเราค่อนข้างเครียด แต่เมื่อเซ็นใบหย่าแล้วเราก็โล่ง เราเองก็ยอมรับว่าจบกันไม่ดี มันมีเรื่องทนายเข้ามาและต้องตกลงทรัพย์สิน ทั้งที่ไม่มีทรัพย์สินอะไรให้แบ่ง ด้านฝ่ายชายเขาขอเงินค่าซองแต่งงานที่เขาเคยให้เรามาเมื่อตอนแต่งงาน ซึ่งตนก็รู้สึกว่า ยังกล้าเอาคืนด้วย แต่ตนก็จ่ายไปทั้งสิ้น 4 แสนบาทหากมันจะทำให้เรื่องจบด้วยดี

ต้อง ศุภัชญา

             นอกจากนี้ ต้องยังเผยว่า ตอนที่แต่งงานนั้น สินสอดที่เขาให้ไม่ได้เยอะ เขาก็เลยยกเงินค่าซองแต่งงานให้ตน และที่ผ่านมา ตนก็เลี้ยงดูตัวเอง ไม่ได้ทำผิด ไม่ได้เจ้าชู้ พอจะหย่าแล้วต้องมาแบ่งเงินกันมันก็สะเทือนใจ แถมตอนที่หย่านัดเขาไปที่เขตเขาก็ไม่ไป แต่ได้ไปหย่าหลังจากนั้น 1 สัปดาห์ ซึ่งก็ต้องขอบคุณสื่อมวลชนที่มาช่วยกดดัน

             ถามว่าเข็ดกับความรักไหม ต้องบอกว่า ความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม และจำเป็นสำหรับชีวิต สักวันตนคงจะเจอความรักที่ดี ส่วนตอนนี้ตนไม่มีคนมาจีบ ตนก็ยังอยากมีความรัก ยังอยากหาคนที่แชร์ทุกข์สุข พูดคุยกันได้ ที่ผ่านมาเรามีแค่ความรักที่เลวร้าย เลยคิดว่าถ้าได้เจอความรักที่ดีก็อาจจะดี เราเองอยู่ด้วยกัน 2 ปีและหลุดมาได้ก็โชคดี บางคนเขาอยู่กับความรักไม่ดีมานานและหลุดไม่ได้ด้วย ตนยอมรับว่าไม่คิดว่าจะเป็นม่ายตอนอายุ 30 ต้น ๆ แต่ก็อีกนานกว่าจะแก่ เรื่องนี้ก็ช่วยสอนให้ตนเรียนรู้ ส่วนใครจะเรียกตนว่าแม่ม่ายตนรับได้ เรามองที่การกระทำมากกว่าคำว่าม่าย

ต้อง ศุภัชญา
ต้อง ศุภัชญา
ต้อง ศุภัชญา
ที่มา:kapook

แพทย์สุดยื้อ!! ผอ.เขตวูบคาสนามบอลเสียชีวิตแล้ว นำเอ็กเซอร์ไซส์วันพุธ ครอบครัวสุดเศร้า

        จากกรณีนายประเมิน ไกรรส ผู้อำนวยการเขตพระนคร กรุงเทพ มหานคร (กทม.) ถูกหามส่งโรงพยาบาลกะทันหัน เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ขณะนำคณะข้าราชการและลูกจ้างเขตพระนครออกกำลังกาย ตามนโยบายออกกำลังกายวันพุธ ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยกิจกรรมในวันนี้เป็นการเล่นกีฬาเตะฟุตบอล แต่ผ่านไปประมาณ 20 นาที นายประเมินมีอาการวูบและล้มลงหมดสติกลางสนามฟุตบอล เจ้าหน้าที่รีบเข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนรีบนำตัวส่งไปรักษา ตัวที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ล่าสุด วันที่ 26 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยตลอดทั้งคืนทีมแพทย์ได้ทำการรักษาอาการหัวใจหยุดเต้นอย่างเต็มที่ แต่ในที่สุดไม่สามารถช่วยชีวิตนายประเมินได้ โดยได้เสียชีวิตในเวลา 07.10 น. ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว

รศ.อนันต์ มโนมัยพิบูลย์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยนวมินทรธิราช กล่าวถึงกรณีนายประเมิน ไกรสร ผอ.เขตพระนคร หมดสติขณะนำข้าราชการออกกำลังกายว่า ขณะนี้ผอ.เขตพระนครได้เสียชีวิตลงแล้วเมื่อเวลา 07.10 น. ด้วยภาวะโรคหัวใจ ทางคณะแพทย์ได้พยายามให้การรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่ แต่อาการของผอ.หนักมากเมื่อมาถึงได้มีการปั๊มหัวใจต่อเนื่อง และสวนหัวใจ แต่ก็ไม่สามาถยื้อชีวิตได้ อย่างไรก็ตามทางรพ.จะมีการแถลงการณ์ข่าวในเช้าวันนี้ที่ห้องเสนอของวชิรพยาบาล

สำหรับประวัติ นายประเมิน จบการศึกษาศิลปศาสตรบัณฑิต และศิลปศาสตรมหาบัณฑิต เคยดำรงตำแหน่งนักพัฒนาการท่องเที่ยว สำนักงานวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว จากนั้นขยับขึ้นเป็นนักปกครองชำนาญการพิเศษ สำนักงานเขตพระนคร ต่อมาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเขตพระนคร เขตดุสิต ก่อนจะขึ้นเป็นผู้อำนวยการเขตพญาไท และกลับมาเป็นผู้อำนวยการเขตพระนคร ปัจจุบัน อายุ 57 ปี จะเกษียณอายุราชการในปี 2563

นายประเมิน เป็นข้าราชการที่อยู่ในเขตพระนครมานาน และเป็นคนที่ขยันทำงานและลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้รู้จักคุ้นเคยกับผู้ค้าเป็นอย่างดี อีกทั้งมีความเชี่ยวชาญและมีวิธีพูดคุยกับผู้ค้า ในการจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่-แผงลอย นอกจากนี้ยังมีความชำนาญในการจัดงานพระราชพิธีต่างๆในพื้นที่สนามหลวง รวมทั้งได้รับความไว้วางใจจากคณะผู้บริหาร ในการร่วมทำงานพระบรมศพด้วย

ที่มา:khaosod